แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สัปดาห์ที่ 10 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สัปดาห์ที่ 10 แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2562

ตรวจสอบและทบทวน

ตรวจสอบและทบทวน
            ในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ขั้น ประเมินการเรียนรู้อิงมาตรฐาน ปฏิบัตการเขียนแผนจัดการเรียนรู้ด้วยการเขียนระดับคุณภาพของผลการเรียนรู้ (rubics) ซึ่งอาจใช้แนวทางการกำหนดระดับคุณภาพของสมรรถนะตามแนวคิด SOLO Taxonomy การเรียนรู้อย่างนุ่มลึก ไม่ใช่เรียนแบบผิวเผิน หรือแนวทางอื่น
        
 หมายถึง Understanding การประเมินการเรียนรู้
                        S : การประเมินอิงมาตรฐาน (Standard Based Assessment)


รายการประเมิน

ระดับพัฒนาการ
3
2
1
1. เด็กสามารถเคลื่อนไหวร่างกายเป็นผู้นำและผู้ตามได้
เด็กฟังและปฏิบัติตามสัญญาณได้ถูกต้อง
เด็กฟังและปฏิบัติตามสัญญาณได้ถูกต้องโดยครูหรือเพื่อนคอยกระตุ้น
เด็กไม่ฟังและไม่ปฏิบัติตามสัญญาณ
2. เด็กสามารถเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะและสัญญาณได้
เด็กแสดงท่าทางการเคลื่อนไหวร่างกายเมื่อเป็นผู้นำและแสดงท่าทางตามเพื่อนที่เป็นผู้นำ
เด็กแสดงท่าทางการเคลื่อนไหวร่างกายเมื่อเป็นผู้นำและแสดงท่าทางตามเพื่อนที่เป็นผู้นำโดยครูหรือเพื่อนคอยกระตุ้น
เด็กไม่แสดงท่าทางการเคลื่อนไหวร่างกายเมื่อเป็นผู้นำและไม่แสดงท่าทางตามเพื่อน
ที่เป็นผู้นำ
 3.  เด็กสามารถแสดงท่าทางด้วยความมั่นใจ
เด็กแสดงท่าทางขณะเป็น ผู้นำ - ผู้ตาม ด้วยความมั่นใจ
เด็กแสดงท่าทางขณะเป็นผู้นำ - ผู้ตาม
ด้วยความมั่นใจโดยครูหรือเพื่อนคอยกระตุ้น
เด็กไม่แสดงท่าทางขณะเป็นผู้นำ - ผู้ตาม


   ผลการประเมิน

รายการประเมิน

ระดับพัฒนาการ (จำนวน 20  คน)
ระดับ 3
(คน)
ร้อยละ
ระดับ 2
(คน)
ร้อยละ
ระดับ 1
(คน)
ร้อยละ
1. เด็กสามารถเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะและสัญญาณได้






2. เด็กสามารถเป็นผู้นำและผู้ตามได้






3. เด็กสามารถแสดงท่าทางด้วยความมั่นใจ







การกําหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้

การกําหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้
The SOLO taxonomy
The SOLO taxonomy เป็ นการจัดระดับเพื่อประโยชน์ในการแสดงคุณสมบัติเฉพาะใน ระดับต่างๆ กนของคําถามและคําตอบที่คาดวั่าจะได้รับจากผู้เรียน เป็นชุดของเกณฑ์การ ประเมินผลการเรียนรู้ที่เป็ น ผลงานของBiggs and Collis (1982), “SOLO, มาจากคําว่าStructure of Observed Learning Outcome, 19 ระบบที่นํามาช่วยอธิบายว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการ การปฏิบัติที่ซับซ้อนอยางไร่ ในการเรียนเพื่อรอบรู้ที่มีควา หลากหลายของภาระงานทางวิชาการ โดยที่นิยามจุดประสงค์ของหลักสูตร ในสภาพที่พึงประสงค์ของการ ปฏิบัติ เพื่อประเมินผลกา เรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคนที่ปฏิบัติได้จริง
SOLO Taxonomy คือ การกาหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้ของผู้เรียนํ ซึ่งไม่มุ่งเน้น เฉพาะการสอน และการให้คะแนนจากผลงานเท่านั้น แต่SOLO Taxonomy เป็ นกระบวนการที่ ให้ความสําคัญว่าผู้เรียนมีวิธีการเรียนรู้สิ่งที่สําคัญประการหนึ่งคือ ครูจะมีวิธีสอนอยางไรที่่ ผู้เรียนได้ใช้ปัญญาที่มีความซับซ้อนและก่อให้เกิดพัฒนาการมากขึ้น SOLO Taxonomy ได้รับ การเสนอโดย Biggs และ Collis
The SOLO taxonomy เป็ นชุดของเกณฑ์การประเมินผลการเรียนรู้ที่เป็ นผลงานของBiggs and Colis (1982), “SOLO, มาจากคําว่า Structure of Observed Learning Outcome, เป็ นระบบที่ นํามาช่วยอธิบาย ว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการการปฏิบัติที่ซับซ้อนอยางไร่ ในการเรียนเพื่อรอบรู้ที่มี ประสงค์ของการปฏิบัติอประเมินผลการเพื่เรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคนที่ปฏิบัติได้จริงการใช้SOOtaxonomyจะช่วยให้ทั้งครูและผู้เรียนตระหนักถึงองค์ประกอบที่หลากหลายจากหลักสูตรได้อยางแจ่่มชัดขึ้นแนวคิดดังกล่าวถูกนําไปกาหนดเป็นนโยบายใช้ในการประเมินในมหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาหลย ห่งสืบเนื่องจากสามารถนําไปใช้ได้ใน หลายสาขาวิชาการประเมินความสามารถในการปฏิบัติของผู้เรียนอยูบนพื่้นฐานของการพัฒนาผู้เรียนในแง่ของความเข้าใจที่ซับซ้อน ซึ่ง ความเข้าใจดังกล่าวแบ่งได้เป็น 5 ระดับ 1)( ระดับ โครงสร้างขั้นพื้นฐาน (Pre-structural) (2) ระดับโครงสร้าง เดี่ยวUni(-structural) (3) ระดับโครงสร้างหลากหลาย Multi(-structural) (4) ระดับความสัมพันธ์ของ โครงสร้างRelational( Level) และ(5) ระดับแสดงความต่อเนื่องในโครงสร้างภาคขยาย (Extended Abstract Level)
โครงสร้างการสังเกตผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนBiggs และ Collis เสนอวิธีการไว้ ดังต่อไปนี้1) กาหนดวัตถุประสงค์การเรียนรู้ที่ผู้เรียนปฏิบัติในบทเรียนํ (To set learning objectives appropriate to where a student should be at a particular stage of their program) และ ประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคน 1 2) (To assess the learning outcomes attained by eachstudent) เมื่อเขียนวัตถุประสงค์การเรียนรู้ต้องมันใจว่่า คํากริยาที่นํามาใช้เพื่อการประเมินมีความ ถูกต้องเหมาะสมในแต่ละระดับ ดังนี้
             ·    ระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน (Pre-structural) นักเรียนได้รับข้อมูลเป็นส่วน ๆ ที่ไม่ ปะติดปะต่อกนั ไม่มีการจัดการข้อมูล และความหมายโดยรวมของข้อมูลไม่ปรากฏ
             ·     ระดับโครงสร้างเดี่ยวUni(-structural) ผู้เรียนเชื่อมโยงข้อมูลพื้นฐาน ง่ายต่อการเข้าใจ แต่ ไม่แสดงความหมายของความเก่ียวโยงของข้อมูล
             ·   ระดับโครงสร้างหลากหลายMulti(-structural) ผู้เรียนเชื่อมโยงข้อมูลหลาย ๆ ชนิดเข้า ด้วยกนั ความหมายของความสัมพันธ์ระหว่างความเก่ียวโยงของข้อมูลไม่ปรากฏ
            ·   ระดับความสัมพันธ์ของโครงสร้างRelational( Level) ผู้เรียนแสดงความสัมพันธ์ของ ความ เก่ียวโยงของข้อมูลได้ผู้เรียนแสดงความสัมพันธ์ของความเก่ียวโยงของข้อมูลและ ภาพรวมทังหมดได้
            ·   ระดับแสดงความต่อเนื่องในโครงสร้างภาคขยาย (Extended Abstract Level) ผู้เรียน เชื่อมโยงข้อมูลนอกเหนือจากหัวข้อเรื่องที่ได้รับ ผู้เรียนสามารถสรุปและส่งผาน่ ความสําคัญ และแนวคิดที่ซ่อนอยูภายใต้กรณีตัวอย่าง
ตารางที่24 การจัดระดับSOLO Taxonomy คําถามและการตอบสนองที่คาดหวังจากผู้เรียน
เพื่อความเข้าใจและการนํามโนทัศน์SOLO Taxonomy ไปใช้ บิกส์ได้สรุปไว้ดังตาราง25 ตารางที่25 ระดับของความเข้าใจ ระยะของการเรียนรู้ และคํากริยาที่ใช้
ประเด็นสําคัญที่พึงระมัดระวังในการใช้SOLOTaxonomy
การปรับใช้SOLO Taxonomy กบแนวคิดการสรรค์สร้างองค์ความรู้ัต้องนึกอยูเสมอว่่า ปัญหาที่เก่ียวข้องกบการสอนและการเรียนรู้ัมีอยูมากมาย่ อาทิ
ในการสอนครผู้สอนมีวิธีการสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้อยางไร่ ครูผู้สอนต้องมี ความรู้เก่ียวกบั แรงจูงใจในการเรียนรู้ของผู้เรียน
ในการเรียนรู้ผู้เรียนมีความสามารถในการเรียนรู้มากน้อยเพียงใด จะต้องมีสิ่ง สนับสนุนอะไรจึงจะ ช่วยให้ผู้เรียนบรรลุผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้
การกาหนดระดับคุณภาพของสมรรถนะนีํ้เป็นการให้ความสําคัญที่การเรียนรู้ของ ผู้เรียนแต่ละคน ตามความสามารถ (แทน “สิ่งที่ครูมักระบุว่านักเรียนคนนั้น คนนี้เก่ง / ไม่เก่ง หรือ ดี/ ไม่ดี) และการสร้าง แรงจูงใจให้ผู้เรียนเพื่อจะนําไปสู่การเรียนรู้ที่ดีการปฏิบัติตาม แนวคิดดังกล่าวนี้สรุปได้ว่า
  ทําให้ILO ชัดเจนยิงขึ่้น ความมุ่งมัน/เจตนา่ (Intended) การเรียนรู้Learning)( ผลผลิต
(Outcomes)
                               การทดสอบสมรรถนะ  » ILO's  » การสอน
ครูผู้สอนต้องบอกกระบวนการILOในการบรรลุผลการเรียนรู้ ให้นักเรียนได้รับทราบด้วย SOLO Taxonomy มีเหมาะสมดีที่นํามาใช้ในการให้เหตุผลในการกาหนดสมรรถนะในหลักสูตร และรายวิชาต่าง ๆ
ดังตัวอยางต่่อไปนี้ การกาหนดระดับคุณภาพของสมรรถนะตามแนวคิดํ SOLO Taxonomy การเรียนรู้
อยางลุ่่มลึก ไม่ใช่เรียนแบบผิวเผิน
SOLO 4: การพูดอภิปราย สร้างทฤษฎี ทํานายหรือพยากรณ์
SOLO 3: อธิบาย วิเคราะห์ เปรียบเทียบ
SOLO 2: บรรยาย รวมกนั จัดลําดับ
SOLO 1 : ท่องจํา ระบุคํานวณ
บทบาทของการสอบ
“การสอบไม่ใช่สิ่งที่ตามมาแต่ต้องคิดไว้ก่อน” แนวคิดสําคัญ ในการพัฒนาหลักสูตรเมื่อ ต้องการ ทดสอบสมรรถนะหรือผลผลิตของการสอน นักพัฒนาหลักสูตรจะต้องมีความรู้ต่อไปนี้
ทฤษฎีการวางแผน (ตลอดโปรแกรมของหลักสูตร)
ทฤษฎีเก่ียวกบแรงจูงใจั (และสิ่งที่กระตุ้นแรงจูงใจ)
ทั้งนี้เพื่อปรับเปลี่ยนแนวคิด “การสอบคล้ายกบั “การปรับเปลี่ยนจากความชัวร้าย่ เป็น
การสร้าง แรงจูงใจmotivation)( และแนวทางในการเรียนรู้learning( guiding) ที่เป็ นเครื่องมือ ในการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอน
การจัดลําดับขั้นของจุดประสงค์การเรียนรู้ของบลูม (Bloom Taxonomy 1956) เมื่อ นํามาสัมพันธ์กบแนวคิดั SOLO Taxonomy ของ Biggs & Collis 1982)
SOLO 1 และ 2 สอดคล้องกบแนวคิดของั บลูม ในขั้นความรู้(จํา) ความเข้าใจ และการ นําไปใช้ข้อมูลเชิงปริมาณ
SOLO 3 และ 4 สอดคล้องกบแนวคิดของั บลูม ในขั้นการวิเคราะห์สังเคราะห์และ ประเมินค่า - ข้อมูลเชิงคุณภาพ
ตัวอย่าง การกําหนดค่าระดับคุณภาพการเขียนแผนจัดการเรียนรู้
ระดับSOLO 1 หมายถึง การเลียนแบบและคงไว้ซึ่ งของเดิมImitative( Maintenance)
การเขียน แผนจะยึดตําราเป็นหลัก ทําแบบฝึกหัดตามหนังสือ จัดกจกรรมซ้า ๆ เดิม ใช้สื่อ อุปกรณ์สําเร็จรูป ไม่มีการ ประเมินการใช้จริง
ระดับSOLO 2 หมายถึง การปรับประยุกต์ใช้meditative)( การนําแผนการสอนที่มีอยู่
ให้ดีขึ้น มีการบูรณาการเนื้อหาให้สอดคล้องกบโลกแหั่งความเป็ นจริง(real world) มีการ ปรับเปลี่ยนเนื้อหาเล็กน้อย คํานึงสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้เน้นทฤษฎีมากกว่าการปฏิบัติ
ระดับSOLO 3 หมายถึง การสร้างสรรค์สิ่งใหม่(Creative-generative) การเขียนแผนที่ คํานึงถึง พฤติกรรมใหม่ๆ ที่เก่ียวข้องกบการเรียนรู้ัจะเขียนแผนแนวทางมหภาค ใช้ผลงานการ วิจัยประกอบ การสอน เน้นมโนทัศน์ของวิชานั้นๆและบูรณาการแบบข้ามกลุ่มสาระ
การแปลความหมายของค่าเฉลี่ย
ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.49 หมายความว่า มีความสามารถในการเขียนแผนและการนําแผนจัดการ
เรียนรู้ไปใช้ตามรูปแบบTheSTUDIES Model ระดับต่า/ปรับปรุง
ค่าเฉลี่ย 1.50 2.49 หมายความว่า มีความสามารถในการเขียนแผนและการนําแผนจัดกา เรียนรู้ไปใช้ตามรูปแบบThe STUDIES Model ระดับปานกลาง/พอใช้
ค่าเฉลี่ย 2.50 - 3.00 หมายความว่า มีความสามารถในการเขียนแผนและการนําแผน จัดการ เรียนรู้ไปใช้ตามรูปแบบTheSTUDIES Model ระดับสูงดี

















การประเมินภายนอก


การประเมินภายนอก

Clark (2005 : 2) กล่าวว่า ว่า การประเมินคุณภาพภายนอก (External evaluation) เป็นการประเมิน 
หลังการจัดการเรียนรู้หรือการจัดการเรียนการสอน เพื่อนําผลการประเมินไปใช้ในการ ตัดสิน โปรแกรมการเรียนการสอน ให้ความสําคัญที่ผลลัพธ์Outcome)( โดยสรุปการประเมิน เพื่อศึกษาประสิทธิผล ของระบบโดยรวม เป็นการประเมินที่มุ่งตอบคําถามว่าการเรียนรู้หรือการ จัดการเรียนการสอน ความสําเร็จตามแผนที่วางไว้หรือไม่ผู้เรียนบรรลุจุดหมายและจุดประสงค์ การเรียนรู้หรือไม่ผลการดําเนินการ มีประสิทธิภาพหรือไม่การออกแบบการเรียนการสอนตลอดกระบวนการมีขั้นตอนใดที่ไม่เป็นไปตาม ขั้นตอนบ้าง เพื่อนําไปเป็นข้อมูลสําหรับ ผู้ออกแบบกาียนการสอนได้พัฒนาตเ่อไป เคมพ์(Kemp. 1971 ) เสนอแนะแนวคิดการ ประเมินไว้ดังนี้

1.  จุดมุ่งหมายทั้งหมดได้รับการบรรลุผลในระดับใดบ้าง
2.   หลังจากการเรียนการสอนผานไปแล้ว่ การปฏิบัติงานของผู้เรียนเก่ียวกบการใช้ความรู้ั ทักษะ และการสร้างเจตคติมีความเหมาะสมหรือไม่

3.  การใช้วัสดุต่างๆ ง่ายต่อการจัดการสําหรับผู้เรียนจํานวนมากๆ หรือไม่
4.  สิ่งอํานวยความสะดวก กาหนดการํ และการนิเทศ มีความเหมาะสมกบโปรแกรมั หรือไม่5. มีการระวังรักษาการหยิบ การใช้เครื่องมือและวัสดุต่างๆ หรือไม่

6.  วัสดุต่างๆ ที่เคยใช้แล้ว ถูกนํามาใช้อีกหรือไม่
7.  ผู้เรียนมีเจตคติอยางไรบ้างต่่อวิชาที่เรียน วิธีการสอน กิจกรรม และเก่ียวกบั
ความสัมพันธ์ที่มีต่อ ผู้สอน และผู้เรียนคนอื่นๆ

การประกันคุณภาพการศึกษา

การประกันคุณภาพการศึกษา
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 มาตรา 48 “ให้หน่วยงานต้นสังกดั และ สถานศึกษาจัดให้มีระบบการประกนคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาและให้ถือวั่าการ ประกนคุณภาพภายในั เป็น ส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ดําเนินการอยาง่ ต่อเนื่อง”
การประกนคุณภาพการศึกษาเป็นเครื่องมือสําคัญในการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้ได้ั มาตรฐาน ทั้งในระดับอุดมศึกษา และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งแนวคิดที่เก่ียวข้องมี ดังต่อไปนี้
            1. การประกันคุณภาพเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (ASEAN Cooperation Initiative in Quality Assurance)
การประกนคุณภาพการศึกษาเป็นเครื่องมือที่สําคัญในการสร้างมาตรฐานและเสริมสร้าง
คุณภาพการศึกษาของหลักสูตร โดยเฉพาะอยางยิ่งระบบการประก่นคุณภาพการศึกษาระดับในั
อาเซียน AUN( Quality Assurance - AUN-QA) ที่ตระหนักถึงความสําคัญของประกนคุณภาพั การศึกษาใน ระดับอุดมศึกษาและความจําเป็นในการพัฒนาระบบประกนคุณภาพแบบองค์รวมั เพื่อยกระดับมาตรฐาน การศึษ ให้แก่มหาวิทยาลัยในเครือข่าย AUN เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน ASEAN( University Network - AUN) ซึ่งระบบประกนคุณภาพการศึกษาในอาเซียนั (AUN Quality Assurance AUN-QA) เป็นกลไกการ ประกนคุณภาพการศึกษาและสร้างมาตรฐานการอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยสมาชิกให้เป็ปในทิศทางเดียวกนไนั การรับรอง มาตรฐานระดับหลักสูตรจะเริ่มต้นจากความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และนํามา 1ในผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดว่าจะได้รับ ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักสูตรการรับรองมาตรฐาน คุณภาพ ระดับหลักสูตร ตามเกณฑ์ASEAN University Network Quality Assurance: AUN-QA โดยมีเกณฑ์พิจารณา11 หมวด ได้แก่

1.  ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังไว้ 
2.  ข้อกาหนดหลักสูตรํ 
3.  โครงสร้างหลักสูตรและเนื้อหา
4.  แนวทางการสอนและการเรียนรู้ 
5.  การประเมินผลนักศึกษา
6.  คุณภาพบุคลากรสายวิชาการ
7.  คุณภาพบุคลากรสายสนับสนุน

8.  คุณภาพของนักศึกษาและการสนับสนุน

9.  สิ่งอํานวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐาน
10.   การเพิ่มคุณภาพ
11.   ผลผลิต
มหาวิทยาลัยในเครือข่าย AUN ได้มีการนําเกณฑ์ดังกล่าวมาใช้ในการประกนคุณภาพั
การศึกษา ระดับหลักสูตรAUN(-QA Assessment) โดยหลักสูตรที่มีความพร้อม มหาวิทยาลัยจะ

ยื่นขอรับรองโดยAUN-QA ต่อไป


ภาพประกอบที่12 ความสัมพันธ์องค์ประกอบที่เก่ียวข้องกบั Learning outcome ที่มาhttp://academic.swu.ac.thPortals/43/105.pdf

2.   การประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

สํานักทดสอบทางการศึกษา กรมวิชาการกระทรวงศึกษาธิการ2545)( ได้ศึกษาและ พัฒนา ระบบการประกนคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาั ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จาก ผลการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศเป็นกฎกระทรวง กาหนดํ ระบบ หลักเกณฑ์และ วิธีการประกนคุณภาพั การศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเอกสารการ ดําเนินงานตามระบบดังกล่าว ได้แก่

1.   ระบบการประกนคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาั :

2.   แนวทางการจัดทําระบบสารสนเทศสถานศึกษา
3.   แนวทางการบริหารจัดการคุณภาพสถานศึกษา
4.   แนวทางการจัดทําแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา

5.   แนวทางการตรวจสอบและทบทวนคุณภาพภายในของสถานศึกษา
6.   แนวทางการรายงานคุณภาพการศึกษาประจําปี ของสถานศึกษา

7.   แนวทางการตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา โดยเขตพื้นที่

การศึกษา ระบบการประกนคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาั : กรอบและแนวการดําเนินงาน

เขียนแสดง ความสัมพันธ์ได้ดังภาพประกอบที่13


ภาพประกอบที่13 ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มา (กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ2545 : 3)

3.   การประเมินคุณภาพภายนอก
การประเมินคุณภาพภายนอก คือ การประเมินคุณภาพการจัดการศึกษา การติดตาม การ ตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ซึ่ งกระทําโดยสํานักงานรับรอง มาตรฐานและ ประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) (สมศ.) หรือผู้ประเมินภายนอกที่ ได้รับการรับรองจาก โดยผู้ประเมินภายนอกที่ได้รับการรับรองจาก สมศ. เพื่อมุ่งให้มีการพัฒนา คุณภาพและมาตรฐานการศึษาให้ดียิงขึ่้น
ความสําคัญของการประเมินคุณภาพภายนอก

การประเมินคุณภาพภายนอก มีความสําคัญและมีความหมายต่อสถานศึกษา หน่วยงานที่ เก่ียวข้องและสาธารณชน ดังต่อไปนี้สํานักงานรับรองมาตรฐานและ ประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การ มหาชน), 2550)

1.   เป็นการส่งเสริมให้สถานศึกษาพัฒนาเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐาน และพัฒนาตนเอง ให้เต็ม ตามศักยภาพอยางต่่อเนื่อง

2.   เพิ่มความมันใจ่ และคุ้มครองประโยชน์ให้ผู้รับบริการทางการศึกษาให้มันใจได้ว่่า สถานศึกษาจัดการศึกษามุ่งสู่คุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาที่เน้นให้ผู้เรียนเป็น คนดีมี ความสามารถ และ มีความสุขเพื่อเป็ นสมาชิกที่ดีของสังคม
3.   สถานศึกษาและหน่วยงานที่กากํบดูแลั เช่น คณะกรรมการสถานศึกษา หน่วยงานต้น สังกดั สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งหน่วยงานที่เก่ียวข้อง และ ชุมชนท้องถิ่นมีข้อมูลที่ จะช่วย ตัดสินใจในการวางแผน และดําเนินการเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาให้ เป็นไปในทิศทางที่ต้องการและบรรลุเป้าหมาย ตามที่กาหนดํ

4.   หน่วยงานที่เก่ียวข้องในระดับนโยบายมีข้อมูลสําคัญในภาพรวมเก่ียวกบั คุณภาพและ มาตรฐานของสถานศึกษาทุกระดับทุกสังกดเพื่อใช้เป็นแนวทางในการกัาหนดนโยบายทางการํ ศึกษาและ การจัดสรรงบประมาณเพื่อการศึกษาอยางมีประสิทธิภาพ่

สํานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) http://www.onesqa.or.th/th/index.php กาหนดหลักการสําคัญของการประเมินคุณภาพภายนอกํ ซึ่ งมีหลักการ สําคัญ5ประการ ดังต่อไปนี้

1) เป็นการประเมินเพื่อมุ่งให้มีการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องการ ตัดสิน การจับผิด หรือการให้คุณ ให้โทษ

2) ยึดหลักความเที่ยงตรง เป็นธรรม โปร่งใส มีหลักฐานข้อมูลตามสภาพความเป็นจริง (evidence-based) และมีความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้(accountability)
3)  มุ่งเน้นในเรื่องการส่งเสริมและประสานงานในลักษณะกลยาณมิตรมากกวั่าการควบคุม

4)   ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการประเมินคุณภาพและการพัฒนาการจัดการศึกษาจาก ทุก ฝ่ายที่เก่ียวข้อง

5)   มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างเสรีภาพทางการศึกษากบจุดมุั่งหมายและหลักการศึกษา ของชาติตามที่กาหนดไว้ในพระราชบัญญัติการศึกษาแหํ่งชาติพ.ศ.2542 ให้เอกภาพเชิงนโยบาย แต่ยังคงมีความหลากหลายในทางปฏิบัติโดยสถาบันสามารถกาหนดเป้าหมายเฉพาะํ และ พัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ เต็มตามศักยภาพของสถาบันและผู้เรียน

วัตถุประสงค์ของการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา
การประเมินคุณภาพภายนอก มีวัตถุประสงค์ดังตอไปนี่้(สํานักงานรับรอง มาตรฐานและ

ประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน),2550)

1.   เพื่อตรวจสอบ ยืนยันสภาพจริงในการดําเนินงานของสถานศึกษา และ ประเมิน คุณภาพการศึกษาตามมาตรฐานการศึกษาที่กาหนดํ

2.   เพื่อให้ได้ข้อมูลซึ่งจะชวยสะท้อนให้เห็นจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนาของ สถานศึกษา สาเหตุของปัญหาและเงื่อนไขของความสําเร็จ

3.   เพื่อช่วยเสนอแนะแนวทางปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษาแก่สถานศึกษา และ หน่วยงานต้นสังกัด

4.  เพื่อส่งเสริมให้สถานศึกษามีการพัฒนาคุณภาพ และประกนคุณภาพภายในั อยาง่
ต่อเนื่อง

5.   เพื่อรายงานผลการประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ต่อ หน่วยงานเก่ียวข้องและสาธารณชน

ผู้ประเมินภายนอกู หมายถึงบุคคลหรือหน่วยงานที่มีคุณสมบัติตามที่กาหนดและได้รับํ การ รับรอง จากสมศ. ให้ทําการประเมินคุณภาพภายนอก

มาตรฐานการศึกษาคือข้อกาหนดเกํ่ียวกบคุณลักษณะคุณภาพที่พึงประสงค์และเป็นั เป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง เพื่อใช้เป็นหลักในการเทียบเคียงสําหรับ การส่งเสริม กากํบดูแลั ตรวจสอบประเมินผล และ การประกนคุณภาพการศึกษาั

4.   การประเมินคุณภาพภายใน

Clark (2005 : 2) กล่าวว่า การประเมินคุณภาพภายในโปรแกรมการเรียนการสอนinternal( evaluation) เป็นวิธีการประเมินที่นําไปใช้ในการตัดสินคุณค่าของโปรแกรมการเรียนการสอนในระหว่างดําเนินการ 
การประเมินเน้นที่กระบวนการ (process) การประเมินคุณภาพภายในมี จุดมุ่งหมายเพื่อตรวจสอบแกไขและ้ ปรับปรุงสื่อการเรียนการสอน เพื่อให้เกิดประสิทธิผลยิงขึ่้น เมื่อนําไปใช้กบผู้เรียนั โดยทัวไป่ ในการประเมิน จะเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ที่เก่ียวข้องทุกคน โดยกาหนดจุดมุํ่งหมายคือ การจัดการเรียนรู้นั้นหรือการเรียน การสอนนั้นประสบผลสําเร็จ ตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ข้อมูลต้องถูกเก็บรวบรวมอยางต่่อเนื่อง เพื่อตรวจสอบว่า การจัดการ เรียนรู้หรือการเรียนการสอนนั้นพัฒนาผู้เรียนได้จริง ถ้าพบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่มีปัญหาในการ เรียน การสอนคล้ายๆ กนั อาจสรุปได้ว่าการจัดการเรียนรู้หรือเรียนการสอนนั้นมีบางอยางที่ไม่่ เป็นไปตาม จุดมุ่งหมาย ดังนั้นการประเมินคุณภาพภายในเป็ นการประเมินเพื่อปรับปรุง ดําเนินการได้ทันท่วงทีการประเมินนี้จึงมีบทบาทสําคัญต่อความสําเร็จของการจัดการเรียนการ
สอน เคมพ์ Kemp( : 1971) เสนอแนะการ ประเมินไว้ดังนี้

1.   ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในระดับที่เป็นที่ยอมรับตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ผู้เรียนมี ข้อบกพร่องใดบ้าง

2.   ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้ความรู้หรือทักษะในระดับที่เป็นที่ยอมรับหรือไม่ ผู้เรียนมีข้อบกพร่องใดบ้าง

3.   ผู้เรียนใช้เวลานานเพียงใด เพื่อให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้และเป็นที่ยอมรับของ ผู้สอน หรือไม่
4.  กิจกรรมต่าง ๆ เหมาะสมสําหรับผู้เรียนและผู้สอนหรือไม่

5.  วัสดุต่าง ๆ สะดวกและง่ายต่อการติดตั้ง การหยิบ การใช้หรือการเกบรักษาหรือไม็่

6.   ผู้เรียนมีปฏิกิริยาต่อวิธีการเรียนการสอน กิจกรรม วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้และวิธีการ ประเมินผล อยางไรบ้าง่

7.   ข้อสอบเพื่อการประเมินตนเอง และข้อสอบหลังจากเรียนแล้ว ใช้วัดจุดมุ่งหมายของ การเรียน ได้หรือไม่

8.  ควรมีการปรับปรุงแกไขโปรแกรมในส้่วนใดบ้าง (เนื้อหา รูปแบบ และอื่นๆ)