วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2562

การทดสอบและการให้เกรด


การทดสอบและการให้เกรด Testing( and Grading)
การทดสอบ เป็นการนําข้อของคําถามที่สร้างขึ้นไปกระตุ้นให้ผู้เรียนแสดงพฤติกรรมตามที่ต้อง ออกมา โดยสามารถสังเกตและวัดได้การทดสอบนี้มักจะใช้ในการวัด และการ ประเมินผลการเรียนการสอน เป็นส่วนใหญ่โดยใช้แบบทดสอบเป็นเครื่องมือสําคัญแบบทดสอบนี้มีด้วยกนหลายประเภทแล้วแต่เกณฑ์
ใช้ในการจําแนกซึ่งพอจําแนกได้ดังนี้
1.                     จําแนกตามลักษณะการกระทํา ได้แก่
1.1 แบบทดสอบแบบให้ลงมือทํากระทํา(Performance Test) ได้แก่แบบทดสอบ ภาคปฏิบัติทั้งหลาย เช่น การทดสอบวิชาพลศึกษา การทดสอบวิชาขับร้องนาฏศิลป์ เป็นต้น
1.2 แบบทดสอบแบบเขียนตอบ(Paper-Pencil Test) ได้แก่การทดสอบที่ให้ผู้สอบต้อง เขียน ตอบในกระดาษและการใช้การเขียนเป็นเกณฑ์เช่น แบบทดสอบอัตนัย แบบทดสอบ ความเรียง เป็ นต้น
1.3 แบบทดสอบปากเปล่า(Oral Test) เป็ นแบบทดสอบที่ผู้สอบต้องตอบด้วยวาจาแทน การ เขียนตอบ หรือการปฏิบัติหรือการปฏิบัติเป็นการเรียกมาซักถามกนตัวตั่อตัว เหมือนกบั การสอบสัมภาษณ์แต่เป็นการซักถามเก่ียวกบเนืั้อหาสาระมากกว่าการสอบสัมภาษณ์ปกติ
2.                     จําแนกตามสมรรถภาพที่ใช้วัด ได้แก่
2.1 แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์(Achievement Test) เป็ นแบบทดสอบที่ใช้วัดระดับความรู้ ความสามารถและทักษะทางวิชาการที่ได้จากการเรียนรู้แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ
2.1.1 แบบทดสอบที่ผู้สอนสร้างเองTeach(-made Test) เป็นแบบทดสอบที่สร้างขึ้น เฉพาะครั้งคราว เพื่อใช้ทดสอบความรู้ความสามารถและทักษะของผู้เรียนในห้องเรียนบางครั้ง

อาจเรียกว่า แบบทดสอบชั้นเรียน (Classroom Test) แบบทดสอบชนิดนี้เมื่อสอบเสร็จแล้วมักไม่ ใช้อีก และถ้าต้องการ สอบใหม่ก็จะสร้างใหม่หรือปรับปรุงดัดแปลงของเก่ามาใช้ใหม่อีกครั้ง
2.1.2 แบบทดสอบมาตรฐาน (Standardized Test) เป็นแบบทดสอบที่สร้างและผาน่ กระบวนการพัฒนาจนมีคุณภาพได้มาตรฐาน
2.2 แบบทดสอบความถนัด Attitude( Test) เป็ นแบบทดสอบที่ใช้วัดความสามารถทาง สมอง (Mental Ability) ที่เกิดจากการสะสมประสบการณ์ต่างๆ ใช้สําหรับทํานายสมรรถภาพ ทาง เรียนไปได้ไกลเพียงไร หรือมีความถนัดไปในทางใด
2.3 บทดสอบบุคลิกภาพและสถานภาพทางสังคม (Personal Social Test) เป็ น แบบทดสอบที่จะลบคลิกภาพของคน เช่น เจตคติความสนใจ นิสัย ค่านิยม ความเชื่อ การ ปรับตัว สถานภาพทางสังคม และสถานภาพทางอารมณ์ เป็ นต้น
3.                     จําแนกตามลักษณะการตอบ ซึ่งอาจแบ่งได้2ประเภท ได้แก่
3.1 แบบทดสอบความเรียง(Essay Test) เป็ นแบบทดสอบที่ให้ผู้ตอบหาคําตอบและ เรียบรียงคําตอบขึ้นเอง ผู้ตอบสามารถแสดงความรู้ความคิดเห็นได้อยางเต็มที่่
3.2 แบบทดสอบปรนัย(Objective Test) เป็นแบบทดสอบที่มุ่งให้ผู้ตอบตอบเพียงสั้นๆ หรือเลือกคําตอบจากที่กาหนดไว้ํ
แบบทดสอบที่นิยมใช้ในการเรียนการสอน
 แบบทดสอบที่ใช้กนอยูัในปัจจุบันมีอยู่ด้วยก่นหลายชนิดั แต่ละชนิดมีจุดมุ่งหมายและ
ความสามารถ ในการวัดต่างกนั ดังนั้นการนําแบบทดสอบไปใช้จึงต้องพิจารณาเลือกใช้ให้ ถูกต้องและเหมาะสมกบั จุดมุ่งหมายที่นําไปใช้แบบทดสอบที่ใช้กนอยูัในการเรียนการสอนนั่้น เป็นแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ที่ผู้สอนสร้างขึ้นเองโดยจําแนกตามลักษณะการตอบเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้
                  1. แบบทดสอบอัตนัยหรือความเรียงSubjective( or Essay Test)
                  2. แบบทดสอบปรนัย Objective( Test) รายละเอียดของแบบทดสอบแต่ละประเภทมีดังนี้
1.   แบบทดสอบอัตนัยหรือความเรียงป็แบบทดสอบที่ให้คําตอบโดยไม่มีขอบเขตของคําตอบ ที่แน่นอนไว้การตอบใช้การเขียนบรรยายหรือเรียบเรียงคําตอบอยางอิสระตามความรู้่ ข้อเท็จจริง ตามความ คิดเห็นและความสามารถที่มีอยูโดยไม่่มีขอบเขตจํากดแนั่นอนตายตัวที่เด่นชัด นอกจากกาหนดด้วยเวลาํ การ ตรวจให้คะแนนไม่มีหลักเกณฑ์ตายตัว ส่วนมากมักขึ้นอยู่ กบผู้ตรวจสอบเป็นสําคัญแบบทดสอบนีั้ยังแบ่งได้เป็น 2 แบบดังนี้
1.1 แบบทดสอบจํากดคําตอบซึ่งจะถามแบบเฉพาะเจาะจงแล้วต้องการคําตอบเฉพาะเรื่องั ผู้ตอบต้องจัดเรียงลําดับความคิดให้เป็นระเบียบ เพื่อให้ตรงประเด็นดังนั้นผู้ออกข้อสอบจึงต้อง
ระมัดระวังใน เรื่องคําสังของโจทย์่ขอบเขตเนื้อหา เวลาในการเขียนตอบ และความสะดวกใน การให้คะแนนได้มากกว่า แบบไม่จํากดคําตอบั เพราะแบบทดสอบแบบนี้จะมีเกณฑ์ต่างๆ ที่จะ ตัดสินคะแนนให้ยุติธรรมมากกว่าแบบ ไม่จํากดคําตอบั นอกจากนี้แบบทดสอบแบบอัตนัย ประเภทจํากดคําตอบนีั้ยังตรวจได้ง่ายเพราะคําตอบที่ถูก จะอยูในกรอบที่ก่าหนดไว้ํดังนั้นจึง เหมาะสมที่จะนํามาใช้เมื่อมีผู้เข้าสอบเป็ นจํานวนมาก และต้องการดู ความสามารถในการเขียน ของผู้ตอบด้วยตัวอยางเช่่น
·       จงเปรียบเทียบลักษณะของการปกครองระบอบประชาธิปไตยและการปกครองเผด็จการ มาอยางละ่ 3 ข้อ
·       จงบรรยายขั้นตอนการทํานํ้าให้สะอาดให้ครบทุกขั้นตอน ฯล
1.2 แบบทดสอบแบบไม่จํากดคําตอบหรือแบบขยายความั แบบทดสอบแบบนี้จะถาม ความสามารถต่างๆ โดยให้ผู้ตอบแสดงความคิดเห็นอยางอิสระ่ ซึ่งจะสามารถวัดสมรรถภาพ ทาง ความริเริ่มสร้างสรรค์เจตคติการประเมินค่าได้อยางกว้างขวาง่ ปริมาณและคุณภาพของ คําตอบจึงขึ้นอยูก่บคําถามัและความรู้ที่สะสมไว้ว่ามีอยูมากน้อยเพียงใด่ การกาหนดเวลาในการํ เขียนตอบ จึงต้องกาหนดให้เหมาะํ กบเรื่องที่ต้องการทราบั แบบทดสอบแบบนี้ส่งเสริมให้ ผู้เรียนรู้จักการรวบรวมความคิด การประเมินค่า และ การใช้วิธีการต่างๆ ในการแกปัญหา้ ซึ่ง
แบบทดสอบแบบนี้มีจุดออนอยู่ที่การให้คะแนน่ เพราะเป็นการยากที่จะหาเกณฑ์ในการให้ คะแนนได้ถูกต้องและชัดเจนเนื่องจากผู้ตอบมีอิสระในการคิดและเขียนโดยเสรีตัวอยางเช่่น
·       จงเสนอโครงการในการพัฒนาบุคลิกภาพของนักศึกษาวิชาชีพครูให้มีบุคลิกภาพที่ดี
ตามความคิดเห็นของท่าน
·       พุทธศาสนาจะช่วยพัฒนาสังคมได้อยางไร่ จงอธิบายพร้อมให้เหตุผลประกอบ ฯลฯ
1.   แบบทดสอบแบบปรนัยแบบทดสอบแบบนี้จะกาหนดคําถามและคําตอบไว้ให้ํโดยผู้ตอบ จะต้องอ่านด้วยความพินิจพิจารณาแล้วจึงพิจารณาคําตอบ แบบทดสอบแบบปรนัยนี้มีลักษณะ เด่นที่ผู้ตอบ จะต้องใช้เวลาส่วนมากไปในการอ่านและคิด ส่วนการตอบใช้เวลาน้อย การตรวจ ทําได้ง่ายใช้ใครตรวจก็ได้และสามารถใช้เครื่องสมองกลช่วยตรวจให้ได้เพราะผลที่ได้จากการตรวจจะไม่แตกต่างกนเลยั แบบทดสอบ แบบปรนัยนี้มีทั้งให้ผู้ตอบเขียนคําตอบเองกบเลือกั คําตอบที่กาหนดให้ํโดยมีรายละเอียดดังนี้
2.1 แบบทดสอบเขียนคําตอบ ได้แก่
2.1.1 แบบทดสอบแบบตอบสั้น เป็นข้อสอบที่ผู้ตอบจะต้องหาคําตอบเองแต่เป็น คําตอบ สั้น ๆ เหมาะสําหรับใช้วัดความรู้ความจํา เก่ียวกบคําศัพท์ัข้อเท็จจริง หลักการและ หลักเกณฑ์ต่างๆ เป็นการ ให้ระลึกถึงสิ่งต่างๆ ที่ผานมา่ ตัวอยางเช่่น
·       ยานอวกาศลําแรกที่ลงบนดวงจันทร์(ยานอพอลโล่11)
·       6+9 จะได้คําตอบเท่าไร (15)
·       ป่าที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเขียวชอุมตลอดปีเรียกว่าอะไร่ (ป่าดงดิบ) ฯลฯ
2.1.2 แบบทดสอบแบบเติมคํา มีลักษณะคุณสมบัติและการใช้คําเหมือนกบแบบตอบั สน ต่างกนที่การถามั แบบเติมคําจะเว้นช่องว่างไว้ให้เติมคําตอบ ตัวคําถามจะเป็นประโยคไม่ สมบูรณ์แต่แบบ ตอบสั้นจะเป็นประโยคสมบูรณ์ตัวอยางเช่่น
·       ยานอวกาศลําแรกที่ลงบนดวงจันทร์................. (ยานอพอลโล 11)
·       6+9 =................. (15)
·       เป่าที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นเขียวชอุมตลอดปีเรียกว่า่................................ (ป่ าดงดิบ)
2.2 ข้อสอบแบบเลือกคําตอบ ได้แก่
2.2.1 ข้อสอบแบบถูก-ผิด เป็นข้อสอบที่กาหนดให้ผู้ตอบเลือกคําตอบวํ่าข้อความที่
กาหนดให้นัํ้นถูกหรือผิดเท่านั้น ข้อสอบแบบนี้เหมาะสําหรับวัดผลการเรียนรู้ระดับความรู้ ความจําลักษณะ เช่นเดียวกบแบบตอบสัั้น คือ สร้างความง่ายผู้ตอบเสียเวลาตอบน้อย วัดเนื้อหา ได้มาก มักมีค่าความเที่ยงสูง แต่เปิดโอกาสให้เดาได้มาก ตัวอยางเช่่น
·       ลายเสือไท ถือว่าเป็นมรดกอันยิงใหญ่่ทางวัฒนธรรม
·       ตําบลเป็นหน่วยการปกครองที่เล็กที่สุด
·       ผิวพื้นที่ขรุขระจะมีแรงเสียดทานน้อยกว่าผิวพื้นที่เรียบ ฯลฯ
2.2.2 ข้อสอบแบบจับคู่เป็นข้อสอบให้เลือกจับคูระหว่่างคําหรือข้อความสองแถว ให้ คํา หรือข้อความทั้งสองนั้นสอดคล้องกนั โดยมากมักจะใช้ข้อความว่ามีความหมายตรงกนั ข้อสอบชนิดนี้เหมาะ สําหรับวัดความรู้เก่ียวกบข้อเท็จจริงคําศัพท์ัหลักการ ความสัมพันธ์และ การตีความในเรื่องเดียวกนั ตัวอยางเช่่น
       ]
........ ก. ไม้กระดานที่พาดเอียงกบขอบรถั
1.
ขวาน

........ ข. เครื่องผอนแรงที่ใช้ยกรถ่
2.
คานดีด คานงัด

........ ค. เครื่องมือผอนแรงในการตัดต้นไม้่
3.
แม่แรง

…….. ง. เครื่องมือผอนแรงในการยกของพื่้นที่สูง
4.
รอก

......... จ. ไม้กระดานกระดก
5.
พื้นลาด พื้นเอียง

2.2.3 แบบทดสอบแบบเลือกตอบ เป็ นข้อสอบที่บังคับให้ผู้ตอบเลือกคําตอบจากที่ กาหนดให้ํปกติจะมีคําตอบให้เลือกตั้งแต่3 ตัวเลือกขึ้นไป แต่มักไม่เกิน 6 ตัวเลือก ข้อสอบ ชนิดนี้นิยมใช้กนั ทัวไป่ ใช้วัดผลการเรียนรู้ได้เกือบทุกระดับ แม้จะสร้างความยากต้องเสียเวลา สร้างมาก แต่คุ้มกบแรงงานและั เวลาที่เสียไป เพราะสามารถเก็บไว้ใช้ได้ตอไป่ ตัวอยางเช่่น
·  What color is the tree?
          a. Pink         b. Purple     c. Green
·  พ่อขุนศรีอินทราทิตย์มีพระนามเดิมว่าอยางไร
ก. พ่อขุนบางกลางหาว    ข. พ่อขุนศรีนาวนําถม
 ค. พ่อขุนผาเมือง             ง. พ่อขุนบานเมือง

กล่าวโดยสรุปแล้วแบบทดสอบหรือข้อสอบที่นิยมใช้ในการเรียนการสอนทั้ง
แบบทดสอบแบบอัตนัยหรือความเรียง และแบบทดสอบแบบปรนัยต่างมีข้อดีและข้อจํากัดด้วยกนทัั้งคู่ซึ่ง ขึ้นอยูก่บเงื่อนไขที่นําไปใช้ัตามตารางที่23 ดังนี้
ตารางที่23 ข้อดีและข้อจํากดของแบบทดสอบแบบอัตนัยั หรือความเรียง และแบบทดสอบแบบ
ปรนัย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น